หลายเดือนผ่านมา  ผมไม่แน่ใจว่ามาอยู่ในจุดปัจจุบันนี้ได้อย่างไร หากเล่าย้อนหลังกลับนับแต่ blog สุดท้ายที่ได้เขียนนั้น ...ผมรู้ว่าต้องดิ้นรนหางานทำ  ...ผมรู้ว่าแม้เรียนจบสูงกว่าปริญญาตรีก็ไม่ได้หมายความว่าโลกจะหันมองเรา  ...ผมรู้ว่าโชคชะตา(อาจจะ) ถูกกำหนดไว้แล้ว  สุดท้าย ผมรู้ว่ามานั่งทำงานในองค์กรแห่งหนึ่งที่เอ่ยชื่อไปคนที่อ่านคงร้องอ๋อ ...แต่ที่ผมไม่รู้ !!!  คือว่า ผมมาทำงานที่ไม่คาดคิดว่าชาตินี้จะได้ทำ ... (ต่อ)

 

   

เผื่อจะมีคนแวะเข้ามาอ่านบ้าง คร้าาาบบ  

 

 

ในช่วงชีวิตที่ผ่าน...เราใช้เวลากับการศึกษาเล่าเรียนมาอย่างยาวนาน

ด้วยความมุ่งหวังว่าจะเป็นดั่งผ้าอาภรณ์ที่ห่อหุ้มตัวเรา

ไว้ใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินในวันข้างหน้า...

บ้างก็สำเร็จตามใจหวัง บ้างก็คิดว่าเรียนไปก็แค่นั้น

บ้างก็ไม่แน่ใจกับความรู้ที่ตนได้รับนัก

การเรียนรู้ในระบบอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ไม่มีใครตอบได้ว่ามันดีหรือไม่ดีอย่้างไร

เพราะไม่รู้ว่าจะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดอันชัดแจ้งได้

แต่ที่แน่ ๆ การเรียนในระบบมันเป็นไปตามลำดับชั้น

เหมือนขั้นบันได้ที่ไต่เต้าจากชั้นล่างสู่ชั้นบนที่มักคิดว่าสูงส่งกว่านักหนา

แต่สุดท้ายมันก็ต้องถึงบันไดขั้นสุดท้ายของการเรียนรู้

แต่ทว่า...ชีวิตเราอาจยืนยาวกว่านั้น

หากย้อนหลังชีวิตที่ผ่านมาของข้าพเจ้านั้น

มักคิดว่าการเรียนจนถึงระดับสูงสุดคือความรู้อันเป็นสุดยอดแล้วของความรู้ทั้งมวล

แต่กาลเวลาได้ล่วงเลยไป มันได้กระซิบบอกกับข้าพเจ้าว่า...เจ้ากำลังคิดผิด........

การเรียนรู้ที่แท้จริงมันอยู่ที่ตัวเราเอง

การเรียนรู้ที่ดีต้องมาจากแรงขับดันภายใน

หลายครั้งหลายหนที่เรามักคิดว่าการได้เข้าสู่ห้องเรียนนั้น

สามารถที่จะมอบสิ่งที่เรียกว่าความรู้ให้กับเราได้มากมาย

...ใช่...ห้องเรียน....มันได้ให้ความรู้กับเรา...แต่....

ก็ยังไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับ...การได้เรียนรู้ด้วยตัวเราเอง...

แม้ว่า้ไม่ได้เรียนในระบบ แต่หากมีพลังแห่งการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้วไซร้

ใยต้องใส่ใจ...คิดแต่พึ่งพา่การเรียนในระบบนักเล่า....เพื่อนเอ๋ยคิดว่างัย

(Update again 3/7/08)